ลัทธิทำลายล้าง

posted on 15 May 2009 22:11 by cheer-up-mayme
Nihilism 
ไนฮิลิซึม...คือเพลงแนวพังค์ของแรนซิดที่ออกในปี1998.........ไม่ใช่ละ -*-


Nihilism แปลตรงๆ ว่า การนิยมความว่างเปล่า หรือที่คนไทยแปลว่า สูญนิยม
น่าเศร้าที่มันโพสต์โมเดิร์นซะ เลยแตกประเด็นปรัชญาได้อีก(มึนได้อีก)....ความว่างเปล่าคือ? นิยมว่างเปล่าแปลว่าต้องการความว่างเปล่า?หรือไม่ต้องการสิ่งใดเลย?

เรื่องอีกอย่างก็คือพวกอนุรักษ์มักทำให้เข้าใจว่าไนฮิลิซึมคือ Anti-Establishment ...คือทำลายล้างเพื่อสร้างสิ่งใหม่ (คงอารมณ์antithesisละมั้งนะ)
แต่Nihilismคือทำลายเพื่อเป้าหมายสู่ความว่างเปล่าโดยสมบูรณ์ ดังเช่นที่พจนานุกรมหลายฉบับจะแปลว่าเป็นลัทธิทำลายหรือเป็นลัทธิของรัสเซียที่ว่าโลกเลวควรทำลายให้สิ้นซากอะไรแบบนั้นแหละ
บางคนก็ว่า Nihilism คือการที่เราไม่เชื่อในพระเจ้าแต่เอาความว่างเปล่ามาแทนที่

มันก็เข้ามาเกี่ยวข้องกะโพสต์โมเดิร์นจังๆที่นิทเช่ด้วย...ไม่แน่ใจแต่คงประมาณว่า 'พระเจ้าของปัจเจคนั้นมันจะตามแต่คุณค่าที่คนจะเลือกยึดกันไป..'
แต่ไฮเดกเกอร์ก็บอกอีกว่านั้นน่ะมันเป็น Nihilism แบบไม่สมบูรณ์ เพราะยังเชื่อในการมีอยู่ของสรรพสิ่ง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสงคราม เคออส และความขัดแย้ง...
...ก็ไปตีกันเองละกันนะฮ่ะทั้งสองทั่น -*-
แต่เราว่าไฮเดกเกอร์มีความคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับหลักของNihilismที่สมบูรณ์ เพราะมันจะสร้างความสงบสุขให้แก่โลกได้ (ปล.เหมือนว่าจริงๆแล้วนิทเช่ไม่ใช่Nihilism แต่โดนอนุรักษ์นิยมกล่าวหาว่าเค้าเป็นNihilismซะเอง คือเขาไม่เชื่อในศิลธรรมจึงปฏิเสธชีวิต)
สรุปว่านิทเช่เพียงจะทำลายความเชื่อศิลธรรมเก่า เพื่อสร้างศิลธรรมแบบใหม่ขึ้น จึงเป็นการสร้างมิใช่ทำลาย!!!

เราว่าสังคมไทยอาจจะยังรับไม่ได้กับแนวคิดของ Nihilism แต่ด้วยความสอดคล้องกับชีวิตของโลกยุคใหม่มันจะชวนให้คนหันมาเชื่อมากขึ้นๆแน่นอน
ความขัดแย้งในความเชื่อและสังคมในแต่ละคนมันจะต้องมีบทสรุป...

เราค่อนข้างต่อต้านในค่านิยม...ไม่มีศาสนา ไม่ทำตามศิลธรรม(แต่จะว่าไปก็มีหลักการหรือcodeของตัวเองอยู่ดี -*- ) ไม่เห็นถึงคุณค่าของโลกและชีวิตหรือสิ่งที่กระทำแม้แต่ค่าความรู้สึก... เลยสนใจในNihilism
แต่ก็ไม่ใช่ว่ารู้ดีหรอกเพราะว่า เราไม่ใช่คนที่ทุบทำลายค่านิยมทั้งหมดลงได้อย่างเบ็ดเสร็จ

แต่ถ้าจะว่าไป...คนที่เป็นโรคจิตแบบมีบุคลิกต่อต้านสังคม (ไม่สามารถเคารพสิทธิของบุคคลอื่น กฏหมาย ระเบียบข้อบังคับของสังคม (ME!)) และพวกไซโคพาธ(ฉลาดทางอารมณ์น้อย ไม่รับรู้สิ่งถูกผิด (without conscience) และไม่สามารถครองความสัมพันธ์กับใคร เว้นจะยื้อไว้เพื่อผลประโยชน์) พวกนี้นี้ก็พ้นผิดไปโดยปริยาย... กลายเป็นปรมาจารย์ผู้บรรลุใน NIHILISM. 555555

Romeo & Juliet...

posted on 09 Apr 2009 21:19 by cheer-up-mayme

เนตเห่ยสุดๆ  พึ่งอัพเป็น3Gแท้ๆ...สงสัยจะไม่พอ ไม่งั้นองค์การก็ห่วยจิงจัง

 

วันนี้ดู Romeo&Juliet ทางเคเบิล...เวอร์ชันพี่ลีโอตัวเหม็น น่ารักจับจิต  ไมเค้าไม่สต๊าฟเฮียเก็บไว้นะ... ช่วงนี้บังเอินดูหนังเฮียเยอะมาก ปัจจุบันบวมเบียร์โหดถึงครึมเครา แต่เอ๊าะๆนี้สเป๊กแท้ๆ TT^TT

 

 ดูหนังรักคลาสสิคแล้ว...แบบว่า ทำไมตูไม่เคยมีแบบนี้บ้างฟะ
ไม่เหงา ไม่เศร้า ไม่เพ้อ ไม่แคร์ มันดีกว่ารึป่าวเนี่ย....ออกซิโตซินในสมองทำให้เวลาคนเกิดความรักจะทำแต่เรื่องน่าอาย  ถ้าถือคติ stay cool ก็ดีกว่าแน่นอนที่ตายด้านเช่นเรา
แต่รู้สึกว่าความรักจะทำให้คนมองโลกเป็นสถานที่สวยงามไปได้นี่นะ

สำหรับเราก็แค่หวังว่าจะตายให้เร็วที่สุดหลังจากที่รู้ว่าต้องมีชีวิตอยู่นานกว่าที่คาดไว้
แค่ให้พ้นจากพวกคนบ้าๆ กับโลกร้อนๆนี้ซะที

 

 

สิ่งที่ทำให้รักของโรมิโอจูเลียตอมตะ ก็คือความเยาว์ กะ ความตาย!.....ลองคิดดูว่าถ้าได้อยู่กันต่อไป โรมิโอแม่งได้รำคานความเพ้อเจ้อของจูเลียตแน่ๆ(เพ้ออยู่ได้อะไรคนเดียวทั้งเรื่อง) หลังแอบไปก้งเหล้ากะฝูงแล้วปีนกลับห้องทางระเบียงทุกคืน จูเลียตคงได้เครียดกะบาลแยกจนตุ้ยออกๆ ผ่านไปซักสองสามปีโรมิโอก็จะสังเกตว่าจูเลียตไม่ได้สวยอย่างที่เคยแล้วต้องได้หนีไปแอบกุ๊กกิ๊กกะสาวสวยหน้าใหม่ ไหนจะลูกเป็นฝูงได้เกี่ยงกันตื่นไปป้อนนมอีก ชัวร์

.....แต่...เราก็แค่เดาอ่ะ -*-

 

 

 

 

 

 

 อ่ะ....ไหนๆก็ลองเทียบดู ดั่งคนละคนเลย


A. หน้าแหลมเล็กไร้เดียงสา สายตาเซ็กซี่

 


B. เล่นมันแต่หนังแอคชั่นตำรวจบู๊สายลับรัวกระสุน เอ็นปูดครึ้มหนวด -*-

 

 ความซวยประจำวัน
*เนตบ้าบอ เปิดfacebookไม่ได้
*พิมๆblogนี้อยู่ เผลอกดลิงค์ไปhi5 เจอไวรัสดับ ไม่ทันเซฟ -__-"
*วันนั้นของเดือนเลยตะกรามใส่เบเกอร์รี่ไป5ชิ้นได้
*อ่านแมสเซจลูคัสช้าไป3ชั่วโมง พลาดนัด ปล่อยให้ลูรอเก้อแน่นอน(...แต่ก็ขี้เกียจ กะลังอยู่ในช่วงเพิ้งซีซั่น ไม่อยากเจอหนุ่มใด)
*รู้สึกว่าโรมิโอจูเลียตนี้โชคดีจิงๆ...

วาทะ ดีๆ ของ บุคคล ต่างๆ

posted on 20 Mar 2009 20:39 by cheer-up-mayme

 

สิ่งที่ต้องปรับตัวเพื่อเรียนรู้ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ๆ อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของมุมมอง (Attitude)
Andrew Pressman, FAIA

"ถ้าคุณต้องการความสำเร็จหนึ่งเท่า จงเพิ่มความล้มเหลวเป็นสองเท่าตัว" 
T watson Jr. ; IBM

"จงลืมว่ามันมีรูปลักษณ์อย่างไร แต่ถามว่ามันให้ความรู้สึกอย่างไร" 
Ansel Adams

"ศิลปะที่ยิ่งใหญ่ คือศิลปะที่ถ่ายทอดจากศิลปินเพื่อส่งเสริม
ภราดรภาพของสังคมและยกระดับของมนุษย์ชาติ"
Leo Tolstoy

"อย่ากลัวการต่อต้าน!! จงจำไว้ว่า ว่าวจะลอยสูงได้เมื่อทวน มิใช่ใช่ตามลม"
แฮมิลตัน มาบี

"มันเป็นหลักข้อเท็จจริงเบื้องต้นของการเป็นมนุษย์ ว่าทุกๆคนโกหก....สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเดียวก็คือ โกหกเกี่ยวกับอะไร!"
Dr.House, House md.

"คนป่วยใกล้ตายก็โกหกเหมือนกัน...'น่าจะทำงานให้น้อยลง น่าจะเป็นคนดีกว่านี้ น่าจะรับเลี้ยงแมวจรจัด'..ถ้าคุณอยากจะทำอะรจริงๆ คุณจะทำมัน...คุณไม่รอเก็บมันมาพล่ามหรอก"
Dr.House, House md.

"มันไม่ได้มีเส้นบางๆกั้นระหว่างความรักกับความเกลียดชังหรอก  ที่จริง..มันมีกำแพงเมืองจีนกับทหารยามติดอาวุธยืนอยู่ทุกๆ20ฟุตขั้นกลางระหว่างรักกับเกลียดต่างหาก"
Dr.House, House md.

"เด็กๆเอ๊ย...ลูกพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว และลูกก็พลาดไปอย่างน่าเศร้า..
บทเรียนคือ อย่าไปพยายามมันเลย"
Homer Simpson

james mcavoy made me cry..

posted on 08 Feb 2009 22:15 by cheer-up-mayme

 

In the world of pain . . . maliryn manson'song really seem to help me feel better..

In the world of struggling . . . i fucking hate all the stupid romance drama..

In the world of archetecture's student . . . I really wanna sleep so fucking damn much -*-

 

 

 

 

 

ตัวตน

posted on 16 Jan 2009 23:26 by cheer-up-mayme

ความรู้สึกแย่ๆ มักจะขยายตัวอย่างรวดเร็วเหมือนปฏิกริยาลูกโซ่...และมักจะมาในตอนที่คุณไม่ทันตั้งตัว...

 

ความรู้สึกที่คล้ายกับโลกพังทลายหลังจากที่คิดว่าเราเป็นเจ้าของโลกทั้งใบ...
สิ่งเล็กๆที่สะกิดใจ แล้วถามว่า "คุณเป็นใคร? ต้องการอะไร? ที่ผ่านมาคุณทำถูกไหม? และต่อไปจะทำยังไง???"

ความผิดหวังไม่ใช่เรื่องแย่ ความหวังต่างหากที่มันพรากอะไรๆไปจากเรา....

 

คุณจะเลือกอะไรให้ตัวเองถึงจะดีที่สุด   -*-

ที่เค้าว่ากันว่าปีใหม่...

posted on 04 Jan 2009 22:02 by cheer-up-mayme

 

คนเราให้ความหวังกันเองว่าปีใหม่เป็นเรื่องน่ายินดี

 

ที่จิงก็วัฏจักรเดิมๆ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของอะไรทั้งนั้น....มันไม่ใช่ต้นหรือปลาย แต่เป็นกึ่งกลางของชีวิต
พวกเราเป็นแฮมสเตอร์ตัวตุ้ยนุ้ยน่ารักกำลังวิ่งอยู่ในรางกันหมด -*-

ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องแย่ที่จะบอกว่ามันดี...HAPPY GO LUCKY ก็ฟังดูมีเหตผลอยู่

 

ในใจของเรา..ปีใหม่ก็แปลว่าการงานชุดใหม่กะลังมุ่งหน้ามา...ภาระในแต่ละช่วงของปีมันกำลังวนมารอรับอยู่แล้ว
อากาศร้อนๆกำลังจะมาถึง
ไข้หวัดตอนฤดูฝนก็กลับมาอีก
ไหนจะต้องทำโปรเจคของเทอมนี้ให้เสร็จ เพื่อจะลงเรียนวิชาใหม่ๆต่อในเทอมหน้า

โอยยยยยยย มันไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้ายหรอก...มันเป็นการรับรู้แต่แง่ร้ายชัดๆเลยต่างหาก
ซักวันอาจจะมีเหตผลในรับรู้ส่วนดีๆของโลกนี้ก็ได้ T_T

เพ้นท์ไดอารี่...

posted on 04 Oct 2008 01:35 by cheer-up-mayme

memorandum : crowd, noise, coloring, movement, impact and balking

 

WHERE THE FUCKIN HELL IS MY LIBERTY!!!!!!!!

 

ปิดเทอมตุลานี้ไปไหนดี??  ว่าจะออกจากบ้านไปผจญความโหดร้ายของโลกกว้าง(ขาดแม่บ้านไปดั่งขาดใจ คงต้องพึ่งเซเว่นและใส่เสื้อซ้ำเพราะเราไม่นิยมแย่งงานแม่บ้าน ฮ่าๆ)

 

เมายาปาร์ตี้และมั่วมันไปเลยคงไม่เลว
ตอนอยู่ภูเก็ตก็พอประมาณ แต่มันมีการ์ดคุมตลอด เราว่าความหวาดกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ และการหวาดกลัวในความลำบากมันฉุดรั้งตัวเราไว้อยู่
จนชิลๆไปวันๆ(ไม่หวัง,ไม่เฟล..) หรือจะหาสีสัน(เลือดซ่าน,เป็นมลทิน)ให้ชีวิต

ลองเสี่ยงเข้าไปในเส้นทางต้องห้ามดู ก้าวโตๆเลยดีกว่า..

 

 

เมื่อมี...
1. คนอัปลักษณ์ที่อาศัยในห้องขยะมืดมิดสุดอนาถ ทำงานต้อยต่ำที่ดูไร้เกียรติ ยากจนและลำพัง..
2. สาวน้อยน่ารักจอมหยิ่ง ถลุงแบรนเนม โง่เง่าและไม่เคยพอใจกับสิ่งที่มี ไล่ตามไปยังจุดศูนย์กลางอันสวยงามของสังคม
3. พวกรักร่วมเพศจอมปลอมที่คอยสร้างภาพเลิศหรู ขาดความอบอุ่นที่ตอบแทนด้วยเซ็กส์ ใช้สายตาเหยียดหยามเพื่อกลบปมด้อยในใจ
4. ศิลปินผู้อยู่ ณ ใจกลาง...กลบเกลื่อนจุดอ่อนและปมด้อยตัวเองด้วยความขัดแย้งที่คนอื่นไม่อาจเข้าใจ  เซ้นส์ซิทีฟและเย็นชาเพื่อปกป้องความอ่อนแอของตัวเอง
5. ชนชาวสบาย ที่ไม่ตั้งคำถาม ปราศจากการต่อต้าน เชื่อและทำตามเทรดดิชั่นเพื่อความสบายสมอง

แล้วกูอยู่ตรงไหนว่ะ!????
มีที่ที่ดีกว่านี้มั้ยคะ ให้พวกเราได้แทรกซุกอาศัยกัน...สอบเสร็จ ละเลิกโปรเจคปุ๊บ  นู๋ไม่อยู่แล้วค้าบบบบ...

 

 

 

I've got it all, but I feel so deprived. I go up, I come down and I'm emptier inside
Tell me what is this thing that I feel like I'm missing And why can't I let it go

There's gotta be more to life...Than chasing down every temporary high to satisfy me
Cause the more that I'm...Trippin' out thinkin' there must be more to life
Well it's life, but I'm sure... There's gotta be more(Than wanting more)

I've got the time and I'm wasting it slowly
Here in this moment I'm half-way out the door
Onto the next thing, I'm searching for something that's missing

I'm wanting more! I'm always waiting on something other than this
Why am I feelin' like there's something I missed....
Always... Always...

 

คืนนี้อยากจะพูดถึงเรื่องของ Perfectionist หรือผู้ที่พอใจแต่สิ่งดีเลิศ พวกคนที่ต้องการให้อะไรทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบ ไม่ได้พูดถึงคนเอาแต่ใจนะคะ แต่เป็นบุคลิกภาพและจิตสำนึกที่ฝังแน่นในใจ

แน่นอนว่า...ในโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ  แต่ก็ไม่แน่นาาาา คุณก็อาจจะเป็นหนึ่งใน perfectionist ด้วยก็ได้ เพราะมันไม่ใช่ว่าพวกเขา คือคนที่สมบูรณ์แบบหรอกนะ  แต่มันเป็นการกระทำและความคิดของเขาต่างหาก ที่จะต้องทำทุกอย่างออกมาให้สมบูรณ์  และหากเขาเชื่อว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำนั้นมันไม่อาจจะออกมาดีเลิศสมบูรณ์ได้แล้ว  เขาก็เลือกที่จะไม่ทำมันไปซะงั้นเลย  

  ต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะได้ด้านชีวิต..การเรียน..กิจกรรม ...แม้กระทั่งกับเรื่องของความรัก   

 

ในแง่ดี พวก perfectionism จะมีพลังงานเหลือเฟือในการทำผลงานต่างๆออกมาได้อย่างดีเลิศ ไม่ว่าจะความละเอียดละออของงาน ข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์  

ส่วนข้อเสียของการเป็นพวก perfectionism นี้ก็น่าสงสารน่าดู  ด้วยความคิดที่ว่า"all-or-nothing" หรือถ้าไม่เพอร์เฟคก็ไร้ค่า  มันทำให้บุคคลเหล่านี้จะไม่สามารถเริ่มทำงานหรือโปรเจคที่มีได้ จนกว่าจะนึกภาพของตัวงานทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ออกเสียก่อน แทนที่จะค่อยๆทำก็กลายเป็นคิดแล้วคิดอีก  แล้วคนพวกนี้ก็จะชอบกดดันตัวเองเมื่อทำอะไรผิดพลาดไป(ประมาณ ไม่ยอมรับ ทำใจไม่ได้ที่ตัวเองทำไม่ได้ คิดวกไปวนมาแล้วโทษว่าตัวเองโง่ ทำไมตูทำไม่ได้ว๊ะ???)

พวกคนเหล่านี้จะทนทุกข์ทรมานจากความกังวลที่มากกว่าคนปกติ มีความนับถือตัวเองต่ำ(ถึงแม้ภายนอกจะไฮโซหัวสูง แต่ลึกๆกลับรังเกียจดูถูกตัวเองเพราะยังไม่สามารถยอมรับในความผิดพลาดของตัวเองได้)
เสี่ยงต่อการเป็นโรค
obsessive-compulsive disorder (โรคย้ำคิดย้ำทำ) โรคไร้แรงจูงใจพวกซังกะตายไรงี้ โรคผิดปกติทางการกิน(eating disorders), และโรคซึมเศร้า (clinical depression)

 

ถ้าคุณเป็นหนึ่งใน perfectionistละก็  เมถ์ว่าทางออกที่ดีอย่างนึงก็คือการบำบัดที่ช่วยให้คุณสามารถตั้งจุดมุ่งหมายที่เป็นจริงขึ้นมาได้ และต้องกล้าเผชิญความกลัวที่จะพลาดพลั้งด้วย

สิทธิของเรา!!

posted on 19 Sep 2008 16:33 by cheer-up-mayme

   คือเคยสงสัยกันมั้ยว่า ทุกวันนี้เรามีสิทธิกันจริงๆหรือปล่าว ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามเรามีสิทธิจริงๆ หรือเราถูกหลอกให้เชื่อว่าเรามีสิทธิกันแน่!!!!!

 

ก่อนอื่นขออธิบาย
สิทธิ
หมายถึงอำนาจหรือประโยชน์ที่กฎหมายให้ความคุ้มครองให้ การได้รับสิทธิตามกฎหมายนั้นย่อมไม่ก่อให้เกิดความอยุติธรรมกับผู้มีส่วนได้เสียนั้นๆด้วย!!!!

ในทางนิติศาสตร์ สิทธิหมายถึง สิทธิตามกฎหมายหรือศีลธรรม ที่จะทำหรือไม่ทำบางอย่าง หรือที่จะได้รับหรือไม่ได้รับบางอย่างในสังคมอารยะ (civil society) สิทธิทำหน้าที่เหมือนกฎในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลทุกอย่างมันอยู่ในการครอบคลุมโดยกฎหมายอีกแล้ว

 

คุณมั่นใจในกฎหมายหรือปล่าว?????
คุณมั่นใจในตัวผู้ที่ได้สิทธิในการออกกฏหมายหรือเปล่า???

 

 

 ในความคิดส่วนตัวเราแล้ว.. ผู้ที่ดำรงชีวิตอยู่นั้นย่อมมีสิทธิบางอย่าง และเมื่อมันเกี่ยวข้องกับผู้ที่มีชีวิต สิทธิจึงน่าจะจำแนกได้เป็น3ประเภทใหญ่ๆ สิทธิการเกิด สิทธิการอยู่ และสิทธิการตาย
aคุณใส่ใจสิทธิการเกิดมากแค่ไหน? คุณมองมันในมุมไหนแล้วบ้าง? แล้วความเหลื่อมล้ำหลังจากเกิดมาล่ะ?
aสิทธิที่เกี่ยวกับการดำรงอยู่นั้นคุณคงพบเห็นอยู่ทุกวัน มันเป็นเรื่องที่สังคมใส่ใจกันมากที่สุด
aสิทธิการตาย การได้จบชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี การพ้นจากความทรมาน คุณอาจไม่เข้าใจความทรมานของผู้อื่นเลยเพราะความทรมานของตัวเองนั้นยิ่งใหญ่สุด!?!? ถ้าคุณยังทนได้เค้าก็ควรจะทนได้ด้วยรึป่าว??? 
Mercy killing หรือการุณยฆาตสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถหายได้และต้องทนทรมาน การยุติการยืดเวลาแห่งความทุกข์ทรมานนับเดือนปี 
จะทำยังไงให้พวกเราใส่ใจเรื่องแบบนี้ให้มากขึ้นกันนะ….