ความรักกับสมอง!!

posted on 13 Sep 2008 10:20 by cheer-up-mayme

คือสงสัยว่าทำไมมันอะไรกันนักหนากับความรักเนี่ย ละช่วงนี้คนใกล้ตัวก็มีปัณหากันจังเลยนะ สรุปว่าความรักคืออะไร? เค้ารู้ตัวกันมั้ยว่ากหรือไม่ได้รัก? ความผูกพันธ์ละ? แล้วมันยิ่งใหญ่จิงรึป่าว???

 

"ความผูกพันธ์"
    อารมณ์นี้หลายคนคงเคยมี บอกไม่ได้ว่ารักมันมั้ยแต่ที่แน่ๆคือเราผูกพันธ์กัน
เฉลยความรู้สึกผูกพันธ์มันเกิดจากสมองหลั่งฮอร์โมนที่เรียกว่า Oxytocin (อ็อกซิโตซิน) 
ไอ้ตัว oxytocin นี่ มันทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสมอง อย่างเช่น
ถ้าปกติเรามีปฏิสัมพันธ์กับใครแล้ว ก็จะมีระดับฮอร์โมนตัวนี้สูงขึ้น และจะรู้สึกผูกพันธ์
เอาใจใส่ ดูแลเค้าดีขึ้น
แต่ถ้าถูกยับยั้งสารฮอร์โมนตัวนี้ไป เราก็จะเฉยๆ ไม่สนใจ ทอดทิ้งอีกฝ่ายเพราะไม่รู้สึกอะไร
ในการทดลองกับสัตว์ตัวแม่ก็พบว่า แม่จะสามารถทิ้งลูกไปได้อย่างไม่ไยดีเลยทีเดียว

ฮอร์โมนตัวนี้มันสามารถตรวจจับวัดได้จากสัญญาณคลื่นสมองคะ
ไม่รู้นะว่าวัดคลื่นสมองยังไง อาจจะเป็น MRT, PET หรือ EEG อะไรซักอย่าง พวกเราป่าวเรียนแพทย์
เพื่อให้สามารถระบุตำแหน่งของสมองที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
โดยมันจะได้ภาพออกมาประมาณเนี้ยแหละ โชว์ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์รัก

ได้ข่าวว่าเด็กออทิสติกจะมีระดับฮอร์โมน oxytocin ต่ำกว่าคนปกติเลยไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
(อันนี้ยังเป็นแค่ทฤษฎีอยู่)




 ไม่ใช่แค่นี้นะ สมองของเราเป็นตัวควบคุมสารเคมีอีกมากมายที่มีผลต่อความคิดและอารมณ์
เวลาที่เราเห็นใครปุ๊บปิ้งปั๊บประมาณ love at first signเนี้ย  สารเคมีที่เรียกว่าDopamineเนี้ยแหละที่มันเป็นตัวทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น เกิดความรู้สึกสนใจ
จากนั้นคนเรามักจะตีความกันต่อไปเองว่ามันเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ เป็นจุดหมายของความสุข ก็ว่ากันไป
  

 

พูดง่ายๆแล้ว ในทางวิทยาศาสตร์ยังคงมีความเข้าใจอย่างจำกัดอยู่ ว่ารักคืออะไร? ทำไมมันทำให้เราทำตัวบ้าบอ งี่เง่าถึงขั้นปัญญานิ่มได้ เรามีความสุขหรือเสียใจอย่างถึงที่สุดได้เพราะรัก.... นักวิทยาศาสตร์ก็ยังงงงวยหาคำตอบกันต่อไป คุณละคิดยังไง

ก็ไม่ใช่น้อยๆนะ

สำหรับเราเราว่ามันคือคอนเซป เป็นไอเดียวอุดมคติในหัว เพราะเราไม่เกิดความรู้สึกพวกนี้เลย
อาจพูดได้ว่าเรามีปัญหาทางจิตอื่นๆที่สำคัญกว่าความรัก  แล้วเรามองในแง่ของตรรกะว่ามันไร้สาระ

แต่แค่เพราะเราเป็นคนถือตัวรังเกียจสังคม ไม่ชอบใกล้ชิดคนธรรมดาไร้คุณค่าทั่วไปก็ไม่ได้หมายความว่า ความรักมันจะแย่ไปทั้งหมดนะ   อย่าลืมว่ามันคือพลังขับเคลื่อนให้คนเราสร้างสรรสิ่งต่างๆ ทั้งดนตรี บทกลอน บทละคร ฯลฯ

"They live for love, die for love, kill for love. It can be stronger than the drive to stay alive."

สิ่งที่สวยงามที่สุดสำหรับคนเราคืองานศิลปะดีๆที่มนุษย์สร้างไม่ใช่หรอ ถ้างั้นแม้แต่ความทรมานจากความรักก็ไม่ได้สูญเปล่าหรอก(มั้ง)

 

 

สรุปเราว่ารู้เท่าทันและสรรหาคนที่เหมาะสม หรือมีความสุขไปกับตัวเองดีที่สุด

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขยันจิงนะน้องฉาว
รักแบบพุทธนี่ดีที่สุดคือปล่อยวาง คือเราควบคุมสารในสมองไม่ได้เราก็เปลี่ยนไปควบคุม "จิต" ไม่ใช่ "ใจ"


อย่าแปลกใจไป
มีสาระมาเราจะปัญญาอ่อนก็ใช่ที่ ..

ปล.เมื่อก่อนเราว่ารักคือการต้องการเอาชนะอย่าง1แต่พอเรามองดีๆมองมันนานๆมองจากมุมที่ไม่หวังอะไร
เราว่ารักมันก็ทำให้โลกสดใสนะ
นะคะเมเม่

#1 By p-iaaz on 2008-09-13 14:34

sad smile วิทยาศาสตร์สุดๆ แต่เราว่ามันน่าจะมีปัจจัยอื่ยทีทำให้ความรักความผูกพันธ์ของคนเราต่างกัน ทั้งๆที่ทุกคนมีสมองเหมือนกัน ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะจ้ะ

#2 By Happy Leng on 2008-09-13 15:41

โห ความรู้ สุดๆอ่ะbig smile big smile big smile big smile big smile big smile

#3 By Ak-two on 2008-09-13 23:01

กิ้กมันเกรียนนิ

ว่าแต่มานเป็นไรมากรึเปล่า เห็นชอบมาขลุกอยู่ห้องฮอลเป็นช่วงๆ

เออเมถ์ดูเดอะvillageยัง ชอบแนวคิดที่มันกลับไปเป็นวิถีชนบทอะ(สปอยซะงั้น)sad smile
เด๋วจะไปหาเพเนโลปี้มาดู เจมส์แมคอะวอยหล่อมากมากมกามกากกก

ปล-เปี๊ยกก็เป็นเพื่อนที่ใช้ได้นะopen-mounthed smile

#4 By piaaz on 2008-09-15 13:16

......บอกได้คำเดวคร๊าบ
สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดด

กรูมาดูละนะมรึง หุหุ

#5 By MinNe (202.28.248.166) on 2008-09-18 11:05

เกลียดนักพวกชอบเม้นว่า

"กรูมาดูละนะมรึง หุหุ"

เด๋วแม่ปั๊ด....อ่านไปมิต้องเม้น จะได้เลิกบ้าผู้ชายกัน ฮร่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (ว่าแต่เขาอิเหนา...)

#6 By MayMe on 2009-02-22 01:17